Menu bar

วันอังคารที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2553

กลยุทธ์ปิดฟ้าข้ามทะเล

วันนี้ ผมจะพูดถึง หนึ่งใน กลยุทธ์ชนะศึก ที่มีชื่อว่า "กลยุทธ์ปิดฟ้าข้ามทะเล"

กลยุทธ์ปิดฟ้าข้ามทะเล หรือ หมานเทียนกว้อไห่ (อังกฤษ: Deceive the heavens to cross the ocean; จีนตัวเต็ม: 瞞天過海; จีนตัวย่อ: 瞒天过海;พินอิน: Mán tiān guò hǎi) เป็นหนึ่งในกลศึกสามก๊ก กลยุทธ์ที่มีความหมายถึงการที่คิดหรือมองข้ามสิ่งใด ๆ ก็ตาม ที่คิดว่าตนเองนั้นได้ตระเตรียมการไว้พร้อมสรรพแล้ว ก็มักจะมีความประมาทเลินเล่อและมองข้ามศัตรูไปอย่างง่ายดาย พบเห็นสิ่งใดที่มองเห็นเสมอในยามปกติก็ไม่บังเกิดความสงสัยหรือติดใจในสิ่งนั้น เกิดความชะล่าใจในตนเอง การบุกเข้าโจมตีศัตรูโดยที่ศัตรูไม่ทันรู้ตัวและตั้งระวังทัพได้ทันนับว่าเป็นการได้ชัยชนะในการต่อสู้มาแล้วครึ่งหนึ่ง สามารถเอาชนะได้อย่างง่ายดาย การปกปิดอำพรางซ่อนเร้น จึงเป็นกลยุทธ์ที่มีความสำคัญมากที่สุดในการทำศึกสงคราม 


  ซึ่งจะ เห็น การนำกลยุทธนี้มาใช้ ในหลายๆ ธุรกิจไม่เว้น แม้แต่การเข้าสั่งคม เช่น แสร้ง ทำเป็นไม่รู้ เพื่อ ดูพฤติกรรมของคนผู้นั้นว่าเป็นคน ทนงตน หรือไม่  แกล้ง ทำไปไม่รู้ เพื่อให้ผู้นั้น หลงตนเอง จนทำให้ กลายเป็นน้ำที่เต็มแก้ว เป็นโอกาศที่จะทำให้ เราสามารถ พัฒนาตนเองไปกว่า คนผู้นั้นได้ 
    
    ในด้านธุรกิจ ก็จะเห็นได้ เด่นชัดเช่น จะสังเกตุว่า บาง องค์กร เพลี่ยงพลั้ง ให้กับคู่แข่งใน ด้านที่ตนคิดว่าเป็นจุดแข็ง จนมิืได้พัฒนา จุดแข็งนั้นๆ ต่อ หรือหยุดพัฒนา ทำให้จากจุดแข็งกลายเป็น จุดอ่อนได้ 

เพราะฉนั้น กลยุทธ์ปิดฟ้าข้ามทะเล จึงเป็นกลยุทธ ที่สามารถทำให้ ชนะศึก หรือชนะคู่แข่งได้ หากคู่แข่ง ประมาท เลินเล่อ






ที่มา กลยุทธ์ปิดฟ้าข้ามทะเล 

วันเสาร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2553

ว่ากันด้วยกลศึก กลยุทธ์ สามก๊ก

บทความนี้เรามาดูรุปแบบของ กลศึกต่างๆในสามก๊กกันดีกว่า เพื่อที่จะได้ นำไปศึกษาเพื่อนำมาปรับใช้กับกลยุทธการตลาด ในองกร

รูปแบบของกลยุทธ์ นั้นมีรูปแบบแต่งต่างกัน ที่ผมจะหยิบเอามาพูดคร่าวๆ ดังนี้

กลยุทธ์ชนะศึก
กลยุทธ์เผชิญศึก
กลยุทธ์เข้าตี
กลยุทธ์ติดพัน
กลยุทธ์ร่วมรบ
กลยุทธ์ยามพ่าย

ซึ่งรูปแบบ ของ กลยุทธ์ เหล่านี้ถ้าศึกษาให้ถ่องแท้ ย่อมสามารถ นำมาปรับใช้กับธุรกิจหรือ องค์กรของ ท่านได้เป็นอย่าง ดี ซึ่งในบทความ ต่อจากนี้ ผมจะมาเจาะลึกถึงแต่ละ รูปแบบกลยุทธ์ รวมถึงกลยุทธ์ ในแต่ละรูปแบบให้ ท่านได้ ลองศึกษาและ ลองนำไปปรับใช้ ในสงคราม ธุรกิจ ดูหวังว่า บทความ นี้จะมีประโยชน์ ไม่มากก็น้อยนะครับ ^^

วันศุกร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2553

กลยุทธ์ยืมดาบฆ่าคน

กลยุทธ์ยืมดาบฆ่าคน หรือ เจี้ยเตาซาเหริน (อังกฤษ: Kill with a borrowed knife; จีนตัวเต็ม: 借刀殺人; จีนตัวย่อ: 借刀杀人; พินอิน: Jiè dāo shā rén) ผมว่าน่าจะเคยผ่านตากันมาบ้างกับ กลยุทธ์นี้ ที่ได้เห็นกันชัดๆ ก็ ในเรื่อง สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ 2  เป็นหนึ่งในกลศึกสามก๊ก กลยุทธ์ที่มีความหมายถึงการกำจัดศัตรูที่มีความเข้มแข็ง ไม่จำเป็นที่จะต้องลงมือเอง พึงยืมกำลังและไพร่พลทหารของผู้อื่นเป็นฝ่ายกำจัดศัตรู เพื่อเป็นการรักษากำลังและไพร่พลทหารของตนเองไว้สำหรับการศึกอื่น ตัวอย่างการนำเอากลยุทธ์ยืมดาบฆ่าคนไปใช้ได้แก่จิวยี่ที่หลอกให้โจโฉฆ่าซัวมอ (Cai Mao) และเตียวอุ๋นสองแม่ทัพเรือของตนเองในคราวศึกเซ็กเพ็กระหว่างเล่าปี่และซุนกวน 

เมื่อคราวที่โจโฉยกทัพไปตีเกงจิ๋วได้จากเล่าจ๋อง ก็นำกำลังทหารหมายโจมตีกังตั๋งของซุนกวนเป็นลำดับต่อไป โจโฉมีทหารในกองทัพเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเหนือ ชำนาญการรบทางบกไม่ชำนาญการรบทางน้ำ โจโฉมีความจำเป็นที่จะต้องอาศัยซัวมอและเตียวอุ๋น นายทหารชาวเกงจิ๋วเป็นแม่ทัพช่วยในการทำศึกทางน้ำ และเป็นผู้ควบคุมฝึกสอนทหารโจโฉให้ชำนาญการเดินทัพทางเรือ จิวยี่ทราบข่าวการเตรียมทัพเรือของโจโฉจึงลอบมาสังเกตการณ์ยังค่ายทหาร และเมื่อเห็นการฝึกทหารของซัวมอและเตียวอุ๋น จิวยี่เห็นจะปล่อยคนทั้งสองไว้แก่โจโฉต่อไปเกรงจะเกิดภัยแก่ตัวในศึกครั้งนี้ จึงหาทางวางแผนกำจัดเสียให้สิ้นซาก
โจโฉส่งเจียวก้านให้มาเกลี้ยกล่อมจิวยี่หมายทำราชการด้วย จิวยี่จึงวางกลอุบายซ้อนแผนกลหลอกใช้เจียวก้านในการกำจัดซัวมอและเตียวอุ๋น โดยพาเจียวก้านกลับบ้านและให้กินโต๊ะก่อนแสร้งทำเป็นเมามายไม่ได้สติ จิวยี่พาเจียวก้านไปนอนยังเตียงเดียวกันในห้อง เจียวก้านลอบเห็นจดหมายลับที่จิวยี่เขียนและวางไว้จึงหยิบออกอ่านโดยมีเนื้อความในจดหมายว่า "ซัวมอและเตียวอุ๋นเอาใจออกห่าง และจะตัดศีรษะโจโฉมาให้"[2] เมื่อเจียวก้านอ่านจดหมายลับของจิวยี่จบก็ดีใจ รีบนำจดหมายนั้นมามอบให้แก่โจโฉหวังความดีความชอบแก่ตน

โจโฉไม่เท่าทันแผนกลอุบายของจิวยี่ เมื่อได้อ่านจดหมายลับจากเจียวก้านก็โกรธแค้นจึงสั่งประหารซัวมอและเตียวอุ๋นทันที แต่ภายหลังได้แลเห็นศีรษะของแม่ทัพเรือทั้สอง โจโฉก็รู้ว่าตนเองนั้นต้องกลอุบายของจิวยี่ที่สั่งฆ่าคนของตนที่เป็นแม่ทัพและชำนาญในการเดินเรือ เมื่อโจโฉไม่มีซัวมอและเตียวอุ๋นในการทำศึกทางเรือ ก็ถูกจูกัดเหลียงและจิวยี่เผากองทัพเรือจนพ่ายแพ้ยับเยินในเวลาต่อมา เจี้ยเตาซาเหรินหรือกลยุทธ์ยืมดาบฆ่าคนของจิวยี่ ก็ประสบความสำเร็จในตัดกำลังสำคัญในการนำทัพเรือของโจโฉ ทำให้ได้รับชัยชนะได้อย่างงดงาม
      

กลยุทธ์รอซ้ำยามเปลี้ย

กลยุทธ์รอซ้ำยามเปลี้ย หรือ อี่อี้ไต้เหลา (อังกฤษSubstitute leisure for labourจีนตัวเต็ม以逸待勞จีนตัวย่อ以逸待劳พินอินYǐ yì dài láo) เป็นหนึ่งในกลศึกสามก๊ก กลยุทธ์ที่มีความหมายถึงการที่ศัตรูยังคงมีความเข้มแข็ง กำลังไพร่พลทหารยังคงแข็งแกร่งยากจะต่อสู้ ก็ไม่ควรจะเข้าปะทะโดยตรงด้วยแรงและพละกำลังที่มีอยู่ แต่ยามใดที่ศัตรูเกิดความอ่อนแอในกองทัพต้องรีบฉกฉวยโอกาสนำกำลังบุกเข้าโจมตีโดยเร็ว เพื่อเป็นการข่มขวัญและป้องกันไม่ให้ศัตรูหวนกลับมาแข็งแกร่งดั่งเดิม กลยุทธ์รอซ้ำยามเปลี้ยเป็นการใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว ให้ระยะเวลาเป็นการบั่นทอนกำลังและจิตใจของศัตรู ฉวยโอกาสพลิกสถานการณ์จากเดิมที่กลายเป็นรองหรือเสียเปรียบให้กลายเป็นฝ่ายได้เปรียบเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ
ในสามก๊กยามเกิดศึกสงคราม กองทัพทุกกองทัพต่างใช้กลยุทธ์รอซ้ำยามเปลี้ย เพื่อหาโอกาสเหมาะในการบุกเข้าโจมตีศัตรูยามเพลี่ยงพล้ำอยู่ตลอดเวลา ในการทำศึกสงคราม แก่นหลักสำคัญของคำว่า "สถานการณ์" หมายถึงการรู้จักใช้จังหวะหรือสถานการณ์ที่ได้เปรียบให้เป็นประโยชน์ เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ศัตรูอาจพ่ายแพ้ในการศึก ต้องรีบฉกฉวยโอกาสนำกำลังเข้ากระหน่ำโจมตีกองทัพของศัตรูให้พินาศย่อบยับ สถานการณ์ที่เป็นฝ่ายพลิกผันได้เปรียบ ความสามารถในการจับจังหวะรู้สถานการณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญในการทำศึกสงคราม ตำราพิชัยสงครามกล่าวไว้ว่า "จงอาศัยสถานการณ์เข้าทำลายศัตรู" ตัวอย่างการนำเอากลยุทธ์รอซ้ำยามเปลี้ยไปใช้ได้แก่ลกซุน (Lu Xun) ที่แนะนำ ซุนกวน (Sūn Quán) ให้ พระเจ้าเล่าเสี้ยน  (Líu Shàn) ยกทัพไปตีลกเอี๋ยง [ที่มา wiki กลยุทธ์รอซ้ำยามเปลี้ย]

จักให้ศัตรูลำบาก มิรบด้วย แกร่งเสียอ่อนได้

กลยุทธ์นี้มีความหมายว่า เมื่อประสงค์จักทำให้ข้าศึกตกอยู่ในภาวะลำบากไม่แน่ว่าจะต้องใช้วิธีรบแต่ฝ่ายเดียวอาจจะใช้วิธี “ แกร่งเสียอ่อนได้” ตามที่กล่าวไว้ใน “ คัมภีร์อี้จิง สูญเสีย เพื่อให้ได้รับชัยชนะก็ได้”ความหมายของ “ แกร่งเสีย” ก็คือ เมื่อการรุกของข้าศึกดุเดือดยิ่งนักดูภายนอกแล้วเสมือนหนึ่งเข้มแข็งใหญ่โตเหลือประมาณแต่ไม่อาจรบต่อเนื่องได้ยาวนาน อ่อนเปลี้ยเพลียแรงได้ง่าย “ อ่อนได้” ก็คือ ฝ่ายรับที่ทำการป้องกันถูกตีกระหน่ำดูแล้วเสมือนหนึ่งอ่อนปวกเปียก แต่สามารถจะใช้ความสงบรอความเปลี้ย บั่นทอนกำลังข้าศึกไม่ขาดระยะทำให้ตนแปรเปลี่ยนจากฝ่ายเสียเปรียบเป็นฝ่ายได้เปรียบ นี้คือกลอุบายในการยึดกุมเป็นฝ่ายริเริ่มในสงครามรอโอกาสทำลายข้าศึก แปลงการรับให้เป็นการรุกอย่างหนึ่ง กลยุทธ์นี้มีปรากฏอยู่ในตำราพิชัยสงครามหลายเล่ม เช่น“ ซุน วู ว่าด้วยการศึก” “ ยุทธวิธีร้อยแปด ว่าด้วยสงคราม” “ ว่าด้วยการระดมพลเหนือใต้” “ บันทึกจ่อจ้วน”“ บันทึกประวัติศาสตร์” “ จดหมายเหตุราชวงศ์ฮั่น” ซึ่งใน “ ว่าด้วยการระดมพลเหนือใต้” กล่าวไว้ว่า“ผู้บุกกำลังไม่พอ แต่ผู้รับมีกำลังเหลือเฟือ บัดนี้รักษาเมืองไว้ก่อน ใช้ความสงบรอความเปลี้ย มิจำต้องไปรบด้วยเลย”กลยุทธ์นี้จาก “ ตำราพิชัยสงคราม ซุน วู ว่าด้วยการศึก” ความเดิมมีว่า “ ใช้ใกล้รอไกล ใช้สบายรอเหนื่อย ใช้อิ่มรอหิวนี้คือการสยบผู้แกร่งกว่านั้นแล”

คุยกันปิดท้าย : กลยุทธ์รอซ้ำยามเปลี้ย นี้ดีมาก เป็นกลยุทธ์ ที่น่าสนใจและ สามารถนำไปปรับใช้กับชรวิตประจำวันหรือ ธุรกิจ องค์กร ต่างๆ ได้ดีถ้าเกิดเรามีวิธีการคิด ที่รอบคอบ ไม่รีบรอนจนเกินไป